คนห้ามศึกเมาหลับ ลุงคว้าข้อต่อรถไถ ทุบหัวเพื่อน เสียชีวิตคาวงเหล้า ก่อนนั่งรอมอบตัว
คนคอยห้ามศึกเมาหลับ ลุงวัย 66 คว้าข้อต่อรถไถ ทุบหัวเพื่อน เสียชีวิตคาวงเหล้า ก่อนนั่งรอมอบตัว ญาติเดือดจัด ให้ประหารไปเลย เผยเมาแล้วทะเลาะ ต่อยกันเป็นประจำ วันที่ 28 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (27 ม.ค.) มีเหตุทำร้ายร่างกายเสียชีวิต ที่บ้านหลักหินเก่า ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นายแมว (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายนาม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 66 ปี นั่งรอมอบตัวกับตำรวจด้วยอาการมึนเมา โดยพบข้อต่อล้อรถไถนาเดินตามซึ่งเป็นอาวุธสังหาร ผู้ก่อเหตุอ้างว่าผู้ตายทำร้ายตนก่อน ตร.สภ.ขุนหาญ จึงนำตัวไปดำเนินคดี
ล่าสุดวันนี้ (28 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของผู้ตาย ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร ญาติๆ และชาวบ้านได้ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ เพื่อจะจัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพ ขณะที่ น.ส.ปัทมาพร อายุ 22 ปี ลูกสาว เปิดเผยว่า ตั้งแต่พ่อหย่ากันกับแม่เมื่อ 7-8 ปีก่อน ตนก็ไม่ได้อยู่กับพ่อ นานๆ ทีถึงจะมาเยี่ยม พ่อจะอยู่กับปู่ 2 คน ในบ้านหลังนี้ พ่อมีอาชีพขายไอติมโบราณ ผู้ก่อเหตุกับพ่อจะกินเหล้าด้วยกันเป็นประจำ โดยปกตินิสัยของผู้ก่อเหตุเวลาเมาจะชอบทำร้ายเมีย ตนไม่คิดว่าจะมาเกิดเหตุแบบนี้กับพ่อ รู้สึกเสียใจมาก สงสารพ่อ ไม่ขอให้อภัยผู้ก่อเหตุ ด้าน นางสมบาน อายุ 45 ปี น้องสาวของผู้ตาย เปิดเผยว่า ทั้งคู่ชอบตั้งวงดื่มเหล้าและมักมีปากเสียงและชกต่อยกันประจำ แต่ก็กลับมากินเหล้าด้วยกัน เป็นแบบนี้ตลอด แต่มาครั้งนี้ไม่คิดว่า นายนาม จะใช้ข้อต่อล้อรถไถตีหัวพี่ชายตนเสียชีวิต ไม่ขอให้อภัยกับผู้ก่อเหตุ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ประหารชีวิต คนแบบนี้ออกมาก็มาเป็นปัญหาสังคม ไม่ต้องสงสาร ขนาดก่อเหตุเสร็จยังมานั่งไขว่ห้างพูดว่า “มันตายแล้ว ถ้ามันไม่ตายกูจะเอามันให้ตาย” ส่วน นายบุญเรือง อายุ 50 ปี เพื่อนของทั้งคู่ กล่าวว่า ตนเป็นเพื่อนดื่มเหล้าก๊กเดียวกัน ทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อย และตนจะเป็นคนคอยห้ามปราม วันที่เกิดเหตุตนก็มานั่งดื่มกับทั้งคู่ ระหว่างนั้น ผู้ตายได้ท้าทายผู้ก่อเหตุว่า ระหว่างขวดเหล้ากับศีรษะอะไรแข็งกว่ากัน หลังจากที่พูดท้าทายกันเสร็จตนกับผู้ก่อเหตุก็ขับรถไปซื้อเหล้าแล้วไปนั่งกินต่อที่บ้านตน หลังจากนั้นตนเมาหลับไป ผู้ก่อเหตุก็กลับมาหาผู้ตาย จนเกิดเรื่องดังกล่วาขึ้น ถ้าตนไม่เมาหลับตนคงได้ห้ามทั้งคู่ไม่ให้ทะเลาะกันไปแล้ว
ที่มา : ข่าวสด


