พ่อเลี้ยงโหด เปิดปากสารภาพ ทำร้ายลูก 2 ขวบเสียชีวิต อ้างน้องดื้อ ร้องไห้ไม่หยุด
พ่อเลี้ยงโหด เปิดปากสารภาพ รับเป็นอารมณ์ชั่ววูบ ทำร้ายลูก 2 ขวบเสียชีวิต อ้างน้องดื้อ ร้องไห้ไม่หยุด ขอโทษครอบครัว ตนยังรักน้องเสมอ กรณี นายเสกวุฒิ (สงวนนามสกุล) พ่อเลี้ยงโหด ก่อเหตุทำร้าย น้องยู ลูกชาย วัย 2 ขวบ เสียชีวิต โดยอ้างว่าแค่เล่นหยอกล้อต่อยท้องเท่านั้น โดยแพทย์สรุปการเสียชีวิตมาจากการบาดเจ็บในช่องท้องอย่างรุนแรง ทำให้อวัยวะฉีกขาด ตับแตก ปอดฉีก ม้ามแตก อันเป็นผลจากถูกการกระแทกอย่างรุนแรง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 ก.ย.2568 ผู้สื่อข่าวติดตามความคืบหน้า คดีพ่อเลี้ยงโหดโดยเดินทางไปยัง สภ.โคกสำโรง ซึ่ง พนักงานสอบสวน นำตัว นายเสกวุฒิ มาทำการสอบสวนเพิ่มเติม จนนายเสกวุฒิ เปิดปากรับสารภาพกลางดึก ว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายน้องยูจริง
โดยในช่วงเช้านำตัวออกจากห้องควบคุมขังพิมพ์รายนิ้วมือทำประวัติบุคคล เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน และการให้ปากคำของนายเสกวุฒิ ในข้อหาฆ่าผู้อื่น เตรียมส่งตัวไปฝากขังศาลจังหวัดลพบุรีวันนี้ และเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่ไม่ขอทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งได้ให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่ง นายเสกวุฒิ ยังมีสีหน้าเรียบเฉย จากนั้นเวลา 10.00 น. นำตัวนายเสกวุฒิ ผู้ต้องหาออกจากห้องควบคุมขังอีกครั้ง ก่อนรีบนำตัวขึ้นรถไปขออำนาจศาลจังหวัดลพบุรี ทำการฝากขังชั่วคราว ระหว่างเดินออกจากห้องขังผู้สื่อข่าวได้สอบถามผู้ต้องหาว่าสาเหตุที่ต้องทำร้ายน้องจนถึงตาย นายเสกวุฒิ ตอบเพียงว่า เป็นอารมณ์ชั่ววูบ และพูดขอโทษครอบครัวของน้องยูด้วย ตนเองยังรักน้องยูเสมอ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรีบนำตัวส่งศาล เกรงจะมีญาติของน้องรุมประชาทัณฑ์ ด้าน พ.ต.ต.พายัพ รุ่งหัวไผ่ พนักงานสอบสวน สภ.โคกสำโรง กล่าวว่า สำหรับจากคำให้การของนายเสกวุฒิ พ่อเลี้ยงโหด ที่รับสารภาพกับพนักงานสอบสวนเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ก่อนเกิดเหตุตนพาน้องยูไปซื้อขนมในตลาด หลังกลับจากตลาดขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาถึงสวนปาล์ม ก่อนถึงบ้านประมาณ 500 เมตร มีชาวบ้านนำฝูงวัวมาเลี้ยงจำนวนมาก จึงแวะพาน้องฝูงวัว ช่วงนั้นน้องกลับดื้อ ร้องไห้ไม่หยุด จึงใช้กำปั้นต่อยไปที่ท้องน้อง 2 ครั้ง จนแน่นิ่งไป จึงรีบขับรถพาไปส่งโรงพยาบาลโคกสำโรง แต่น้องทนความเจ็บปวดไม่ไหวได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ วัดแก้วจันทราราม ต.โคกสำโรง สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของน้อง ทางครอบครัว ทำพิธีสวดพระอภิธรรมศพไปแล้ว 1 คืน ภายในศาลาการเปรียญบรรยากาศยังคงเป็นไปด้วยโศกเศร้า เสียใจ โดยเฉพาะ นางสุมาลี (สงวนนามสกุล) อายุ 66 ปี ยายของน้อง ซึ่งยังคิดว่าฝันไป ยังทำใจไม่ได้เพราะตนเลี้ยงหลานมาตั้งแต่เกิด น้องเป็นเด็กร่าเริง เป็นที่รักใคร่ญาติพี่น้องทุกคน โดยเฉพาะตาของน้องยูเป็นแก้วตาดวงใจของเขา ยังร้องไห้ไม่หยุด วิงวอนให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนให้ถึงที่สุด และอยากให้หลานมาเข้าฝันยายสักครั้ง เพราะอยากจะบอกกับหลานว่าเกิดชาติหน้าขอให้มาเป็นหลานยายอีก และขอหลานให้ไปสู่สุคติ


