สลดแม่ตาบอด-ลูก10ขวบ ช็อกกอดกันร่ำไห้ กระบะตัดหน้าหนุ่มดับเลือดนองร่าง
สลดแม่พิการตาบอด-ลูก10ขวบ ช็อกกอดกันร่ำไห้ กระบะพุ่งตัดหน้าจยย. หนุ่มช่างซ่อมรถดับอยู่กับพื้นถนน เลือดนองร่าง กำลังเอาของมาให้แม่ สะเทือนใจย่าหลานไม่เหลือใครแล้ว วันที่ 6 มิถุนายน 2568 เวลา 22.23 น. ร.ต.อ.อภิวัฒน์ พวกอินแสง รอง สว.สอบสวน สน.ทุ่งครุ กทม. รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ บริเวณหน้าวัดทุ่งครุ และภายในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย จึงรีบจัดกำลังพร้อมประสานแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช และ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุพบเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณหน้าวัดทุ่งครุ ปากซอยประชาอุทิศ 84 ถนนประชาอุทิศ แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อ ฟอร์ด สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 2 ขฌ 1777 กรุงเทพมหานคร อยู่ในสภาพจอดนิ่งสนิทในลักษณะขวางถนนในช่องเลนซ้ายสุด สภาพประตูหน้ารถฝั่งขวาบุบ กระจกแตก ได้รับความเสียหาย ส่วนผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าวเป็นชาย 1 ราย อายุประมาณ 50 – 55 ปี ยังยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ภายในที่เกิดเหตุ ถัดมาพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย อยู่ในสภาพนอนหงายหน้าอยู่กับพื้นถนน ซึ่งทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาชื่อนายลิขิตกุล อายุ 34 ปี การแต่งกายสวมใส่เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาว กางเกงขายาวสีน้ำตาล ไม่สวมรองเท้า จากการตรวจสอบร่างกายผู้เสียชีวิตพบมีบาดแผลเปิดที่คาง บาดแผลเจาะที่หน้าผาก กรามหัก คอหัก มีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมากที่ปาก จมูก และที่หู อาสาสมัครกู้ภัยพยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มที่แล้วด้วยการทำ CPR แต่ไม่เป็นผล และจากการสอบถาม นายเอส เป็นอาสาสมัครชุดเคลื่อนที่เร็ว ที่อยู่ภายในเหตุการณ์ กล่าวว่า ตอนที่ตนมาถึงเขานอนหมดสติอยู่ตรงนี้แล้วและก็มีเลือดออกหู ออกปาก ไม่รู้สึกตัว ตอนนั้นตนก็ยังไม่ทราบว่าเขายังมีสัญญาณชีพอยู่หรือไม่ ตนมาถึงตนก็ทำการบล็อกคอแล้วก็ให้คนอื่นดูบาดแผลที่ตัวเขาก่อน ก็พบว่าเขามีแผลที่ปาก กรามหัก และก็มีบาดแผลที่เอวฝั่งซ้ายเป็นรอยเจาะ ตนก็ดูได้แค่นั้น ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเขาถึงแล้วเขาดำเนินการกัน ตนได้รับแจ้งในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. เพราะมีคนขี่มอเตอร์ไซค์ไปเรียก เขาบอกกับตนว่ามีรถชนกันระหว่างมอเตอร์ไซค์กับรถกระบะหน้าวัดทุ่งครุ ตอนที่ตนมาเขายังไม่ได้ทำการ CPR เขามาทำการ CPR ตอนช่วงเวลา 20.15 น. ก็คือตอนนั้นทีมใหญ่เขาลงแล้วตนดูแล้วว่าก็ต้อง CPR ตนไม่พบหมวกกันน็อกภายในที่เกิดเหตุ น่าจะไม่ได้สวมหมวกกันน็อกมา และถนนเส้นนี้มันจะเป็นถนนแคบก็ขอให้ค่อยๆขับกันไปจะดีกว่าเพราะตนก็ไม่แน่ใจว่ามอเตอร์ไซค์จะแทรกรถคันใดคันนึงมาหรือเปล่าเพราะช่วงเย็นรถจะติด จากการสอบถาม นางสาวป๊อป อายุ 29 ปี เป็นแฟนใหม่ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า แฟนของตนเป็นช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ร้านอยู่ย่านประชาอุทิศเขากำลังจะกลับบ้านไปหาแม่เขา หาลูกเขา เพื่อเอาของไปฝากซึ่งเมื่อวานตนไปเที่ยวมา ปกติเขาจะอยู่กับแม่กับลูกของเขา ส่วนแม่เขามองไม่เห็นตาบอด ลูกชายเขาก็ยังเล็กอยู่เรียนอยู่แค่ชั้น ป.4 -ป.5 เอง เขาเป็นคนเดียวที่หาเลี้ยงคนทั้งบ้าน หลังจากนี้พอเขาเสียชีวิตไปตนก็อาจจะมาช่วยดู แต่ก็คงดูได้ไม่หมด ตนก็จะช่วยได้เท่าที่ตนพอจะช่วยเขาได้ ตนก็อยากจะฝากบอกขอให้หน่วยงานผู้เกี่ยวข้อง หรือผู้ใหญ่ใจดีใครก็ได้มาช่วยเขาหน่อยเพราะแม่เขาพิการตาบอด ส่วนลูกชายเขาก็ยังเล็กอยู่ตนก็เกรงว่าต่อไปนี้ 2 คน ยาย กับหลาน จะใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบากแล้ว
สวนทางด้าน นางสาวลัดดา เลิศบุญการ อายุ 62 ปี แม่ของผู้เสียชีวิตและยังเป็นผู้พิการตาบอดอีกด้วย กล่าวว่า ลูกชายตนเป็นคนที่นิสัยดีมาก เขาเป็นเสาหลักของครอบครัว ส่วนตนก็ตาบอดมองไม่เห็นต่อไปนี้ก็ต้องเลี้ยงหลานชายอยู่คนเดียวซึ่งหลานชายของตนอายุแค่ 10 ขวบเอง เป็นลูกชายแท้ๆของผู้ตาย ตนดูแลหลานได้แต่เฉพาะตอนอยู่ที่บ้านนะ แต่จะให้ออกไปซื้อของอะไรข้างนอกบ้านตนก็ไปไม่ได้ ตอนลูกชายยังอยู่เขาจะเป็นคนซื้อหาของมาให้ทุกอย่าง จะเรื่องอาหารการกินภายในบ้าน หรือจะเป็นของใช้ที่จำเป็นลูกชายจะเป็นคนจัดซื้อมาให้ทุกอย่างเลย แม่จะเอาอะไรลูกชายก็ไม่เคยขัดใจซื้อมาให้ทุกอย่างเลย
ลูกชายตนเพิ่งจะกลับมาจากต่างประเทศแล้วเขาก็ไม่สบายเขาก็ไปส่งเมียเขา ไปอยู่บ้านเมียแล้วก็ออกจากบ้านเมียเขามาก็เพื่อจะกลับมาบ้านเอาของฝากมาให้แม่ให้ลูก แล้วเขาก็มาเจออุบัติเหตุ ตอนที่ตนได้ยินว่าลูกชายตนเกิดอุบัติเหตุจนถึงกับเสียชีวิต ตอนนั้นตนถึงกับช็อกเลยนะ ตนยังถามเลยว่าจริงเหรอ มันเป็นเรื่องจริงเหรอมันใช่เหรอ ตนแทบไม่เชื่อเลยว่ามันจะใช่ สองคนกับหลานถึงกับตกตะลึง ตอนนี้ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรในเมื่อขาดเสาหลักของบ้านไปแล้ว ลูกชายเขาก็ยังเล็กอยู่แค่ 10 ขวบเอง ตนอยากเรียกร้องความเป็นธรรม ให้กับลูกชายของตน ส่วนตนตาบอดมา 30 กว่าปีแล้วตนเป็นตาต้อกระจกแล้วไปรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งและก็ผ่าไปโดนเส้นประสาทตา ตาก็เลยมืดไปหมดมองอะไรไม่เห็นเลย ทุกวันนี้ใช้ชีวิตลำบากมากถ้าอยู่นอกบ้านนะ แต่ถ้าอยู่ภายในบ้านตนจะชินแล้ว ก็คือถ้าออกจากนอกตัวบ้านเมื่อไหร่ตนไม่สามารถไปไหนได้เลยมองอะไรไม่เห็นใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไปไม่ได้เลย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแพทย์นิติเวชได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งที่นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช และจะให้ญาตินำเอกสารมารับร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ส่วนผู้ขับขี่รถกระบะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวไปสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้งที่ สน.ทุ่งครุ และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


